ยาลดกรด : I7

0
401

กลับมาพบกับข้อมูลสาระดีๆจาก#HealthStudio กันนะครับ วันนี้จะเป็นเนื้อหาที่ทางเพจเคยลงไว้เมื่อเดือนธันวาคม ปี2560 ซึ่งเป็นเนื้อหาที่มีความเกี่ยวข้องกับยาลดกรดชนิด PPI ที่ได้ลงต่อเนื่องไว้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมากันนะครับ

“การรับประทานยาลดกรดอาจทำให้โรคตับอักเสบรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม??”

ยาลดกรดชนิด PPI (proton pump inhibitor) เป็นยาที่ใช้ลดการหลั่งของกรดภายในกระเพาะเพื่อบรรเทาอาการกรดไหลย้อนหรือโรคแผลในกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นยาที่มีคนใช้กันมากถึงร้อยละ 10 ของประชากรทั่วไป โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคตับอักเสบมีการใช้ยากลุ่มนี้เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว แต่ทราบไหมครับว่า “ยาลดกรดที่นิยมรับประทานกันมากนี้อาจส่งผลทำให้โรคตับแบบเรื้อรังมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น”

มีการศึกษาของ University of California San Diego School of Medicine ในหนูทดลองและมนุษย์ พบว่ายาลดกรดนี้จะส่งผลยับยั้งการหลั่งของกรดภายในกระเพาะ ซึ่งโดยปกติกรดจะเป็นตัวที่ควบคุมสมดุลของจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร(microbiome)ไม่ให้มีมากเกินไป นั่นทำให้เกิดการสูญเสียความสมดุลของเหล่าจุลินทรีย์ โดยพบว่าจุลินทรีย์ชนิดที่เป็นอันตรายต่อร่างกายเช่น Enterococcus เพิ่มมากขึ้นในลำไส้และไปที่ตับมากขึ้น เป็นผลทำให้เกิดการอักเสบและทำให้เกิดพยาธิสภาพของโรคตับเรื้อรังที่เพิ่มขึ้นได้

ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาในหนูทดลองที่มีการตัดแต่งของพันธุกรรมให้มีอาการของโรคของตับที่คล้ายกับโรคของมนุษย์ได้แก่ โรคตับที่เกิดจากแอลกอฮอล์และโรคไขมันพอกตับ (NAFLD และ NASH) และให้หนูทดลองเหล่านี้ได้รับยาลดกรดในช่วงเวลาหนึ่ง จากนั้นทำการเก็บอุจจาระของหนูเพื่อตรวจสอบลำดับเบสของยีนทีเกี่ยวข้องกับจุลินทรีย์ในกระเพาะ พบว่าจุลินทรีย์ในกระเพาะนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไป โดยผู้วิจัยได้พบจุลินทรีย์ชนิด Enterococcus เพิ่มขึ้นในหนูทดลองที่ได้รับยาลดกรด ซึ่งจุลินทรีย์ชนิดนี้ทำให้การอักเสบของตับและทำให้โรคตับของหนูทดลองรุนแรงมากขึ้น

นอกจากนี้การศึกษาในมนุษย์ พบว่าผู้ที่ได้รับยาลดกรดเป็นเวลานานจะมีจุลินทรีย์ชนิด Enterococcus เพิ่มขึ้นในอุจจาระเช่นเดียวกัน และทำให้เป็นโรคตับจากแอลกอฮอล์เพิ่มมากกว่าคนที่ไม่ได้ยาลดกรดประมาณร้อยละ 10

แม้ว่าการศึกษานี้อยู่ในขั้นเริ่มต้นและยังคงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามผู้ที่เป็นโรคตับควรเพิ่มความระมัดระวังในการใช้ยาลดกรดชนิด PPI ให้มากขึ้นกว่าคนที่ไม่เป็นโรคตับ เช่นใช้ยาลดกรดเท่าที่จำเป็นในช่วงเวลาสั้นๆ ช่วงนี้อาการเริ่มเย็นลงแล้ว อย่าลืมดูแลรักษาสุขภาพ ออกกำลังกายทุกวันนะครับ วันนี้ #ดร.พิทักษ์ตับ ขอตัวลาก่อนนะครับ บายๆครับบ : D