เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลกับการส่งผลต่อสุขภาพ

0
757

สวัสดีค่ะ อากาศร้อนๆแบบนี้คิดว่าหลายๆท่านคงจะหาเครื่องดื่มเย็นๆมาดับกระหายคลายร้อนกันไม่มากก็น้อยนะคะ วันนี้เพจดร.พิทักษ์ตับเลยนำเรื่องเครื่องดื่มและสุขภาพมาฝากกันค่ะ

มีข้อมูลงานวิจัยซึ่งเพิ่งเผยแพร่ใน JAMA Network Open เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2562 นี้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของการดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล (น้ำหวาน น้ำอัดลม) และน้ำผลไม้ 100 % กับอัตราการเสียชีวิต โดยการศึกษานี้ทำในอาสาสมัครที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไปจำนวน 30,183 คน ซึ่งเข้าร่วมโครงการวิจัย The REGARDS study (The Reasons for Geographic and Racial Differences in Stroke) ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2546-2550 และนัดติดตามผลในทุกๆ 6 เดือนจนถึงปีพ.ศ. 2556 ค่ะ ในจำนวนนี้มีอาสาสมัครที่ถูกคัดออกจากโครงการเนื่องจากมีประวัติเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และเบาหวานตั้งแต่เริ่มเข้าร่วมโครงการจำนวน 12,253 คนหรือคิดเป็น 41 %และไม่มีข้อมูลประวัติการกินอาหารจำนวน 4,490 คนหรือ15 % ดังนั้นจึงเหลืออาสาสมัครในโครงการนี้จำนวน 13,440 คนค่ะ

  • ผลการศึกษาพบว่า
    • อาสาสมัครจำนวน 13,440 คนมีอายุเฉลี่ย 64 ปีในวันที่เข้าร่วมโครงการ เป็นผู้ชาย 60 % เป็นคนผิวขาวที่ไม่ได้มีเชื้อสายละติน 69 %และมีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนถึง 71 %
    • ระหว่างการติดตามผลในช่วงระยะเวลา 6 ปีมีอาสาสมัครจำนวน 1,000 คนที่เสียชีวิตด้วยโรคต่างๆและจำนวน 168 คนเสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจค่ะ
    • พบจำนวนอาสาสมัครที่ดื่มเครื่องดื่มถึง 97 %ของจำนวนอาสาสมัครทั้งหมด โดยดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล 81 %และดื่มน้ำผลไม้ (100%) จำนวน 97 % คิดเป็นพลังงานเฉลี่ย 8 % ของพลังงานที่ได้รับทั้งหมดที่ได้รับต่อวัน
    • เมื่อเปรียบเทียบด้วยวิธีทางสถิติพบว่ากลุ่มอาสาสมัครที่ดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลในปริมาณสูงวันละมากกว่า 10 % ขึ้นไปของพลังงานที่ได้รับทั้งหมดที่ได้รับ จะไปเพิ่มความเสี่ยงของการเสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจถึง 44 %และด้วยสาเหตุอื่นๆ 14 % ซึ่งสูงกว่ากลุ่มที่ดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลน้อยกว่าวันละ 5 %
    • นอกจากนี้ยังพบว่าในทุกๆ 360 ซีซี (12 ออนซ์) ที่ดื่มน้ำผลไม้และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเพิ่มเติมเข้าไปจากปริมาณเดิมที่เคยดื่ม จะไปเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตด้วยสาเหตุต่างๆให้เพิ่มขึ้นไปอีก 24 %และ 11 % ตามลำดับค่ะ อย่างไรก็ดียังไม่พบว่ามีผลเพิ่มความเสี่ยงของการเสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจค่ะ

จากข้อมูลวิจัยจะเห็นได้ว่าการดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลหรือแม้กระทั่งน้ำผลไม้ 100% หากเราดื่มมากจนเกินไปก็มีผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นเดียวกันค่ะ ดังนั้น สถาบันกุมารเวชศาสตร์และแนวทางการบริโภคของชาวอเมริกันจึงแนะนำปริมาณการดื่มน้ำผลไม้ที่เหมาะสมสำหรับเด็กอายุระหว่าง 1-6 ปีว่าควรดื่มไม่เกินวันละ 180 ซีซี ในขณะที่เด็กที่มีอายุ 7 ปีขึ้นไป วัยรุ่น และผู้ใหญ่ควรดื่มไม่เกินวันละ 1 กล่อง (240 ซีซี) ค่ะ

การลดเครื่องดื่มหวานๆเย็นๆ เช่นน้ำอัดลม ชาไข่มุก น้ำผลไม้ปั่น หรือน้ำผลไม้สดในวันที่อากาศร้อนๆอย่างนี้อาจจะทำให้หลายท่านรู้สึกไม่สดชื่นและไม่มีพลังงาน วันนี้แอดมินเลยมี Tips ดีๆที่จะเพิ่มความสดชื่นแล้วยังดีกับสุขภาพของเรามาฝากกันด้วยค่ะ

    • ค่อยๆลดปริมาณการดื่มเครื่องดื่มเย็นลงทีละนิดหรือลดปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่มควบคู่ไปกับการดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำสมุนไพรไม่ใส่น้ำตาลเย็นๆเพื่อสุขภาพในระยะยาวค่ะ
    • พกดื่มน้ำเปล่าเย็นๆติดตัวเสมอ เพราะน้ำเปล่าจะช่วยเพิ่มความสดชื่นและดับกระหายให้เราได้ดีที่สุดค่ะ
    • ทำน้ำสมุนไพรพื้นบ้านดื่มเอง เช่นน้ำตะไคร้ น้ำใบเตย น้ำมะตูม น้ำกระเจี๊ยบ โดยแช่ให้เย็นจัดหรือใส่น้ำแข็งเพื่อช่วยเพิ่มความสดชื่น อาจไม่เติมหรือเติมน้ำตาลแต่น้อยเพื่อสุขภาพค่ะ
    • เลือกกินผลไม้สดที่มีน้ำเยอะๆ เช่น แตงโม แคนตาลูป ชมพู่ เป็นอาหารว่างในระหว่างวันค่ะ
    • ทำไอติมผลไม้สดกินเองที่บ้านโดยนำ องุ่น ส้ม ลิ้นจี่ แตงโม ฯลฯปอกเปลือก/หั่นเป็นชิ้นแล้วนำไปแช่แข็ง นอกจากจะช่วยเพิ่มความสดชื่นแล้วยังให้เส้นใยอาหารตามธรรมชาติ ช่วยให้อิ่มท้อง และควบคุมน้ำหนักได้หากกินในปริมาณที่เหมาะสมค่ะ

 

ขอบคุณแหล่งข้อมูลดีๆจาก

  • Lindsay J. Collin, et. al. Association of Sugary Beverage Consumption With Mortality Risk in US Adults A Secondary Analysis of Data From the REGARDS Study. JAMA Network Open. 2019;2(5): e193121. doi:10.1001/jamanetworkopen.2019.3121

Frank B. Hu. Are Fruit Juices Just as Unhealthy as Sugar-Sweetened Beverages? JAMA Network Open. 2019;2(5):e193109. doi:10.1001/jamanetworkopen.2019.3109