การกินอาหารที่เน้นพืชผักผลไม้เป็นหลักเป็นประจำ (Plant-based food) ช่วยลดอัตราความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้

0
512
ท่านคงจะเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า  “You are what you eat” หรือกินอะไรก็ได้อย่างนั้น”ใช่ไหมคะ วันนืทางเพจดร.พิทักษ์ตับเลยมีข้อมูลดีๆเกี่ยวกับการกินพืชผักผลไม้ช่วยป้องกันเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งเพิ่งเผยแพร่ในวารสารทางการแพทย์ Journal of the American Medical Association ซึ่งเพิ่งตีพิมพ์เมื่อ 22 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา มาเล่าสู่กันฟังเพื่อเป็นข้อมูลให้ท่านมั่นใจว่าการเลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพก็จะช่วยทำให้สุขภาพเราแข็งแรงค่ะ

การวิจัยนี้นำข้อมูลจาก 9 โครงการวิจัยที่ได้จาก PubMed, MEDLINE, Embase, Web of Science และอื่นๆ มาวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ ซึ่งมีอาสาสมัครรวมทั้งหมด 307,099 คน ซึ่งในจำนวนนี้มี 23,544 คนที่เป็นโรคเบาหวาน โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการกินอาหารที่เน้นพืชผักผลไม้เป็นหลักเป็นประจำ ( plant-based food) ร่วมกับกินอาหารพวก มันฝรั่ง แป้งที่ทำจากธัญพืชขัดสี น้ำตาลในปริมาณน้อย และกินเนื้อสัตว์ในปริมาณที่พอเหมาะกับอัตราความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ค่ะ

ผลการศึกษาพบว่าการกินลักษณะนี้จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานได้ถึง 23% หรือเกือบ 1 ใน 4 เมื่อเทียบกับกลุ่มที่กินอาหารที่มีพืชผักในปริมาณน้อย นอกจากนี้ยังพบว่าการกินพืชผัก เช่น ธัญพืช ถั่ว ถั่วเปลือกแข็ง ผลไม้และผักจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานได้ดียิ่งขึ้นทั้งนี้เนื่องจากอาหารเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความไวของฮอร์โมนอินสุลิน ลดความดันโลหิต ลดน้ำหนัก และช่วยเรื่องลดการอักเสบของร่างกายซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อการทำให้เกิดโรคเบาหวานค่ะ

การกินอาหารที่เน้นการกินพืชผักผลไม้เป็นหลักหรือ plant-based foodนั้นไม่ได้เป็นแนวทางที่ยากอย่างที่คิดค่ะ เนื่องจากจะคล้ายคลึงกับข้อปฏิบัติในการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทยอยู่แล้วซึ่งเน้นการกินอาหารทุกหมวดหมู่ซึ่งรวมถึงเนื้อสัตว์ด้วยค่ะ โดยมีหลักการคือควรเลือกกินให้หลากหลายและเน้นปริมาณที่เหมาะสม พยายามเลี่ยงของทอดของมัน ของหวาน ของเค็ม แอลกอฮอล์และอาหารแปรรูปต่างๆค่ะ

ขอบคุณแหล่งข้อมูลดีๆจาก

Qian F, Liu G, Hu FB, Bhupathiraju SN, Sun Q. Association Between Plant-Based Dietary Patterns and Risk of Type 2 Diabetes: A Systematic Review and Meta-analysis. JAMA Intern Med. Published online July 22, 2019. doi:10.1001/jamainternmed.2019.2195